อุตสาหกรรมโรงแรม

โรงแรม

อุตสาหกรรม หมายถึง การประกอบกิจกรรมด้วยการนำปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ได้แก่ เงินทุน แรงงาน วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักร และการจัดการมารวมกันเพื่อผลิตสินค้า และบริการอย่างใดอย่างหนึ่งที่มีคุณค่าต่อมนุษย์ โดยสามารถจำแนกได้เป็นอุตสาหกรรมครัวเรือนและอุตสาหกรรมโรงงาน แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่าการท่องเที่ยวนั้นเป็นอุตสาหกรรม ไม่ใช่ธุรกิจการท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งอุตสาหกรรมที่ยิ่งใหญ่อีกอุตสาหกรรมหนึ่งเพราะทุกระดับชั้นสามารถที่จะได้รับประโยชน์จากอุตสาหกรรมนี้ได้

โรงแรม คือสถานที่ประกอบการเชิงการค้าที่นักธุรกิจตั้งขึ้น เพื่อบริการผู้เดินทางในเรื่องของที่พักอาศัย อาหาร และบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัยและเดินทาง หรืออาคารที่มีห้องนอนหลายห้อง ติดต่อเรียงรายกันในอาคารหนึ่งหลังหรือหลายหลัง ซึ่งมีบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกของผู้ที่มาพัก ซึ่งเรียกว่า “แขก” (guest)

อุตสาหกรรมโรงแรม คือ ธุรกิจประเภทที่พักแรมอย่างที่เคยพูดถึงประวัติความเป็นมาของโรงแรมไปแล้ว คำว่า Hotel มาจากภาษาฝรั่งเศส ดังนั้นแบบแผนการดำเนินงานการโรงแรมมาตรฐานสากลส่วนใหญ่ ล้วนมต้นแบบมาจากประเทศในยุโรป และอเมริกา กลุ่มโรงแรมที่สำคัญ ได้แก่ Intercontinental, Holiday Inn, Marriott, Sofitel, Hilton, Conrad,Sheraton, Hyatt, Le Meridien เป็นต้น โดยสามารถจำแนกเป็นประเภทได้ดังนี้

  • โรงแรม คือ ที่พักแรมที่สร้างขึ้นเฉพาะ และแบ่งเป็นห้องพัก มีสิ่งอำนวยความสะดวกแก่นักเดินทาง และเก็บค่าเช่าเป็นรายห้อง
  • เกสต์เฮาส์ คือ บ้านที่ดัดแปลง หรือสร้างขึ้น และแบ่งห้องเป็นที่พักแรม โดยเก็บค่าเช่า
  • บังกะโล คือ ที่พักแรมที่กลุ่มบุคคล หรือสถาบันจัดไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยว โดยเก็บค่าเช่า
  • รีสอร์ท คือ ที่พักที่มีลักษณะห้องพักเป็นหลังๆ มีบริเวณแวดล้อมด้วยธรรมชาติ
  • โมเต็ล คือ ที่พักที่สร้างขึ้นเฉพาะ โดยเก็บค่าเช่า มีห้องพักแต่ละห้อง หรือมีห้องพักส่วนหนึ่งที่มีลักษณะ และการใช้สอยเช่นเดียวกับโรงแรม
  • บ้านรับรอง คือ ที่พักหน่วยงานราชการ บริษัท หรือเอกชน จัดไว้เพื่อใช้รับรองหรือ พักผ่อนโดยไม่เก็บค่าเช่า
  • บ้านญาติหรือบ้านเพื่อน คือ บ้านญาติมิตรของนักท่องเที่ยวที่จัดให้เป็นที่พักแรม โดยไม่เก็บค่าเช่า

ซึ่งอุตสาหกรรมโรงแรมนี่ก็เป็นสวนหนึ่งของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว แต่อุตสากรรมโรงแรมจะแตกต่างกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ดังนี้ 

  1. อุตสาหกรรมโรงแรมเป็นสิ่งก่อสร้างที่เคลื่อนที่ไม่ได้ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้เข้ามาซื้อสินค้า และบริการ
  2. ลักษณะการขายบริการจะต้องขาย ณ จุดที่ทำการผลิต และให้บริการ ต้องเป็นเวลาที่ลูกค้าต้องการ และเป็นสินค้าบริการที่จับต้องไม่ได้
  3. เป็นอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถเก็บผลผลิตไว้ได้ จัดเป็นสินค้าที่เสียได้ง่าย เพราะห้องที่ว่างในแต่ละคืน หมายถึง รายได้ที่สูญหายไป
  4. ต้องอาศัยแรงงานมนุษย์ในการผลิตเป็นส่วนใหญ่ ได้แก่ งานบริการส่วนหน้า งานแม่บ้าน เป็นต้น
  5. เป็นสถานที่พักที่เปิดบริการให้แก่ลูกค้าทุกคนที่ต้องการที่พักอาศัย ไม่มีข้อห้าม (ยกเว้นเด็กที่ไม่มีผู้ปกครองมาด้วย)
  6. เป็นการผลิตสินค้าด้านการบริการที่สรรหาการบริการด้านอื่นๆ มาเสริม เพื่อให้บริการแก่แขกผู้มาพักอย่างครบถ้วน เช่น โรงแรมชายทะเล ก็จะมีการบริการครบทุกอย่าง ทั้งห้องพัก อาหาร ความบันเทิง เพื่อความสะดวกไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง
  7. มีการลงทุนเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ดิน และค่าก่อสร้างตกแต่ง มีราคาแพงมาก ดังนั้น การประกอบกิจการโรงแรมจะต้องมีกระบวนการจัดการที่ดีเป็นระบบ

Related Post

โรงแรม

ต้องมีอะไรถึงจะได้เป็นโรงแรม 5 ดาวต้องมีอะไรถึงจะได้เป็นโรงแรม 5 ดาว

เราคงจะเคยได้ยินคำว่าโรแรม 5 ดาวกันอยู่เป็นประจำ หลายคนก็อาจจะมีความสงสัยว่า โรงแรม 5 ดาว ต้องมีอะไรถึงจะได้เป็นโรงแรม 5 ดาว ได้ วันนี้มาดูไปพร้อมกันเลย โรงแรม 5 ดาว มีที่มาตามประวัติระบุว่าการจัดระดับจำนวนดาวของโรงแรมมีขึ้นครั้งแรกทางฝั่งทวีปยุโรปในช่วงหลังจากยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนจำนวนมากเริ่มต้องการที่จะออกท่องเที่ยวเพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเอง การไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ก็จำเป็นต้องมีที่พักอย่างโรงแรมไว้คอยให้บริการนักท่องเที่ยวเองก็นิยมจะเข้าพักกับทางโรงแรมมากขึ้นเรื่อยๆ หน่วยงานรัฐจึงไม่อาจจะนิ่งนอนใจได้จนต้องมีการจัดระเบียบที่พักเพื่อเป็นการแยกประเภทกับมาตรฐานของการบริการ ซึ่งอังกฤษกับฝรั่งเศสเป็นประเทศแรกที่เริ่มใช้สัญลักษณ์รูปดาว ซึ่งในปัจจุบันก็มีหลายหน่วยงานเข้ามาจัดระดับของโรงแรมมากมายแต่ก็ยังคงนิยมใช้รูปดาวเหมือนเดิม หลักเกณฑ์ของการให้ระดับดาว  ขนาดของห้องพัก สำหรับโรงแรมแล้ว ห้องพักเป็นสิ่งที่สำคัญมากของมาตรฐานโรงแรม ถึงแม้ว่าจะมีห้องพักหลาบแบบ แต่ห้องพักขนาดเล็กสุดเองก็ต้องมีมาตรฐานผ่านระดับโรงแรมห้าดาวด้วย ขนาดห้องพักระดับโรงแรมห้าดาวต้องมีขนาดฐานกว้าง